บทนำ
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ธนาคาร Julius Baer เผยแพร่รายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2026 ซึ่งชี้ว่าต้นทุนของ “การใช้ชีวิตระดับพรีเมียม” ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 10.2% ในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐภายในรอบ 12 เดือน และที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือ กรุงเทพมหานครยังคงติดหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโลก โดยเป็นหนึ่งในห้าเมืองจากภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกที่อยู่ในกลุ่มท็อป 10 ร่วมกับสิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และซิดนีย์
ปีนี้สิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ขณะที่ซูริกขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 และโมนาโกก้าวเข้าสู่ท็อป 3 เป็นครั้งแรก ส่วนฮ่องกงและลอนดอนปรับลงมาอยู่อันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ บทความนี้จะสรุปว่ารายงานฉบับนี้วัดอะไร เหตุใด “อัตราแลกเปลี่ยน” จึงเป็นพระเอกของปี และภาคธุรกิจไทยควรอ่านสัญญาณนี้อย่างไร
รายงานฉบับนี้วัดอะไร และทำไมปีนี้ ‘อัตราแลกเปลี่ยน’ คือพระเอก
หัวใจที่ต้องเข้าใจก่อนคือ รายงานของ Julius Baer ไม่ได้วัดค่าครองชีพของคนทั่วไป แต่วัด “ต้นทุนการใช้ชีวิตที่ดี” (Cost of Living Well) ของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (High-Net-Worth Individuals) ผ่านดัชนี Lifestyle Index ที่อิงตะกร้าสินค้าและบริการระดับพรีเมียม 20 รายการ เช่น อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ เครื่องประดับ นาฬิกา โรงแรม และมื้ออาหารระดับบน ครอบคลุม 25 เมืองสำคัญทั่วโลก และคิดมูลค่าเทียบในสกุลดอลลาร์สหรัฐ
จุดเด่นของปี 2026 คือ ตัวขับเคลื่อนอันดับส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเงินเฟ้อของราคาสินค้าในท้องถิ่น แต่มาจากการเคลื่อนไหวของค่าเงิน เมืองที่ผูกกับสกุลเงินที่แข็งค่าอย่างฟรังก์สวิสและยูโรจึงไต่อันดับขึ้น เช่น ซูริก โมนาโก ปารีส มิลาน และแฟรงก์เฟิร์ต ขณะที่เมืองที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐกลับเสียอันดับ โดยดูไบร่วงลงไปอยู่อันดับ 14 เพราะเงินดิรฮัมผูกกับดอลลาร์ สะท้อนผ่านตัวเลขระดับภูมิภาคที่ราคายุโรปเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกมาก ส่วนเอเชีย–แปซิฟิกเพิ่มขึ้น 7.4% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ทำไมเอเชีย–แปซิฟิกและกรุงเทพฯ ยังอยู่แถวหน้า
เอเชีย–แปซิฟิกยังเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งของโลก ด้วยการมีถึงห้าเมืองในสิบอันดับแรก โดยซิดนีย์เป็นเมืองที่ไต่อันดับเร็วที่สุดของปี ขยับขึ้นถึงหกอันดับสู่อันดับ 8 จากค่าเงินออสเตรเลียที่แข็งและต้นทุนการนำเข้าสินค้าพรีเมียมที่สูง ส่วนกรุงเทพฯ ยังยืนอยู่ในกลุ่มท็อป 10 ต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทของเมืองในฐานะจุดหมายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงทั้งในและต่างประเทศ
รายงานยังชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ “เศรษฐกิจลักชัวรีสองความเร็ว” (two-speed luxury economy) โดยการใช้จ่ายในเอเชีย–แปซิฟิกและตะวันออกกลางเติบโตแซงหน้ายุโรปและอเมริกา และการใช้จ่ายเชิงประสบการณ์ยังครองแชมป์ในทุกภูมิภาค นำโดยโรงแรมหรูและร้านอาหารระดับพรีเมียม ซึ่งตรงกับจุดแข็งของกรุงเทพฯ พอดี นอกจากนี้ราคาสินค้าหรูทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.3% โดยราคาทองคำที่พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวตั้งแต่ปี 2024 ส่งผลให้เครื่องประดับแพงขึ้น 16.4% และนาฬิกาแพงขึ้น 15.5% ขณะที่เทรนด์ ‘สุขภาพคือความมั่งคั่ง’ (health is wealth) ทำให้การใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค
ความหมายต่อภาคธุรกิจไทย: โอกาสบนโลกที่ผันผวน
ในด้านโอกาส ทิศทางนี้ตอกย้ำว่ากรุงเทพฯ เป็นตลาดพรีเมียมที่มีศักยภาพสูง ธุรกิจที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มโรงแรมและบริการต้อนรับระดับหรู ร้านอาหารพรีเมียม เวลเนสและการแพทย์เชิงสุขภาพและการชะลอวัย รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ที่รองรับ HNWIs ที่เข้ามาปักหลักในเมือง ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือพฤติกรรมใหม่ที่ผู้มั่งคั่งกว่า 1 ใน 3 เริ่มเปลี่ยนแหล่งซื้อสินค้าหรู และมากกว่าครึ่งพร้อมเดินทางข้ามประเทศเพื่อซื้อสินค้าหรูเลี่ยงภาษี ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ไทยเป็นปลายทาง ‘ช้อปปิ้งลักชัวรี’ ได้
อีกด้านหนึ่งคือโจทย์ที่ต้องบริหาร ทั้งความผันผวนของค่าเงินและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลายเป็นเรื่องสากล โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 82–95% ในทุกภูมิภาคระบุว่ากังวลถึงกังวลมาก อีกทั้ง HNWIs กำลังปรับพอร์ตไปสู่กลยุทธ์เชิงรับมากขึ้น เช่น ถือทองคำและโลหะมีค่า กระจายการลงทุนตามภูมิศาสตร์ และเพิ่มสภาพคล่อง ภาคธุรกิจไทยจึงควรวางตำแหน่งด้วยคุณค่าและประสบการณ์ (Value) มากกว่าการแข่งด้วยราคาถูก พร้อมตระหนักถึงช่องว่างกำลังซื้อระหว่างกลุ่มบนกับผู้บริโภคทั่วไปที่อาจถ่างกว้างขึ้น
Key Takeaways
• Julius Baer Lifestyle Index ปี 2026 เพิ่มขึ้น 10.2% ในรูปดอลลาร์ โดยดัชนีนี้วัด “ต้นทุนการใช้ชีวิตที่ดี” ของกลุ่มผู้มั่งคั่ง ไม่ใช่ค่าครองชีพของคนทั่วไป
• สิงคโปร์อันดับ 1 (ปีที่สี่ติดต่อกัน) ซูริกขึ้นอันดับ 2 โมนาโกเข้าท็อป 3 ครั้งแรก ฮ่องกงอันดับ 4 ลอนดอนอันดับ 5 ส่วนกรุงเทพฯ ติดหนึ่งใน 10 อันดับแรก
• ปีนี้ ‘ค่าเงิน’ คือปัจจัยชี้ขาด เมืองที่ผูกกับฟรังก์สวิส/ยูโรไต่อันดับ ส่วนเมืองที่อิงดอลลาร์ (รวมดูไบที่ร่วงไปอันดับ 14) เสียอันดับ
• เอเชีย–แปซิฟิกมีห้าเมืองในท็อป 10 การใช้จ่ายเชิงประสบการณ์ โรงแรมหรู อาหารพรีเมียม และเทรนด์สุขภาพยังโตแรง คือโอกาสของธุรกิจไทย
• HNWIs หันมาลงทุนเชิงรับ (ทองคำ กระจายความเสี่ยง) และเดินทางซื้อสินค้าหรูเลี่ยงภาษี ธุรกิจไทยควรแข่งด้วยคุณค่าและประสบการณ์มากกว่าราคา
อ้างอิง
1. Julius Baer. (7 July 2026). Julius Baer publishes Global Wealth and Lifestyle Report 2026 [News release]. juliusbaer.com
2. Julius Baer. (2026). Global Wealth and Lifestyle Report 2026 (full report). juliusbaer.com/GWLR
3. Numbeo. Cost of Living Index by City (ข้อมูลประกอบเพื่อเปรียบเทียบดัชนีค่าครองชีพทั่วไป). numbeo.com

