

ประเทศไทยมีอัตราการนำ AI มาใช้เติบโตเร็วเป็นอันดับสองของโลก แต่การใช้งานจริงที่สร้างมูลค่ายังต่ำ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่ตามหลังองค์กรใหญ่อยู่มาก บทความชี้ว่าอุปสรรคที่แท้จริงไม่ใช่งบประมาณหรือการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ SME ที่มีงบจำกัดควรเลือกโจทย์ให้แคบและวัดผลได้ ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่แทนการซื้อเครื่องมือ ลงทุนกับรากฐานด้านข้อมูลและบุคลากร และกำกับดูแลความเสี่ยงตั้งแต่ต้น เพราะ AI เป็นเพียงตัวคูณประสิทธิภาพของธุรกิจที่มีพื้นฐานดี ไม่ใช่สิ่งทดแทนพื้นฐานที่ขาดหาย

การรายงานคาร์บอนและ ESG กำลังเปลี่ยนจากเรื่องสมัครใจเป็น เงื่อนไขทางธุรกิจ โดยเฉพาะจาก CBAM ของ EU และกฎราคาคาร์บอนที่ไทยกำลังพัฒนา ทำให้องค์กรต้องมีข้อมูลการปล่อยคาร์บอนที่ตรวจสอบได้เพื่อรักษาการเข้าถึงตลาดและเงินทุน AI สามารถช่วยลดต้นทุนและภาระการรายงานได้ แต่ไม่ใช่ทางลัด ปัจจุบันหลายองค์กรยังใช้ AI ได้เพียงระดับทดลอง เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย กระบวนการไม่เชื่อมโยง และการกำกับดูแลไม่พร้อม หัวใจสำคัญจึงมี 3 เรื่อง: ทำข้อมูลให้สะอาด เชื่อมโยง และตรวจสอบย้อนกลับได้ ออกแบบกระบวนการรายงานแบบ end-to-end แล้วใช้ AI เฉพาะจุดที่สร้างคุณค่าสูง ให้มนุษย์ตรวจสอบผลลัพธ์และมี governance ที่ชัดเจน